ข่าวด่วนประจำวัน » หลังสาววัย 23 เสียชีวิตปริศนา ขาบิดผิดรูป ล่าสุดแฟนหนุ่มที่ชิ่งหนี ออกมาพูดความจริงที่เกิด ฟังแล้วสะเทือนใจ

หลังสาววัย 23 เสียชีวิตปริศนา ขาบิดผิดรูป ล่าสุดแฟนหนุ่มที่ชิ่งหนี ออกมาพูดความจริงที่เกิด ฟังแล้วสะเทือนใจ

12 กันยายน 2017

จากกรณีสะเทือนขวัญ เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2560 เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยหน่วยกู้รับแจ้งเหตุมีคนเสียชีวิตที่บนถนนทางโค้ง อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นางสาวสุทธิดา รัตนพงษ์ อายุ 23 ปี นอนหงายหน้าเสียชีวิต เลือดไหลเต็มพื้น ขางอบิดรูป สวมกางเกงยีนสั้น เสื้อเกาะอกสีชมพู ข้างศพผู้เสียชีวิตนั้นพบรองเท้าหญิง 1 ข้าง ชาย 1 ข้าง แผลตามร่างกาย เลือดไหลออกหูและปาก สร้างความตกใจแก่ผู้มาพบเห็นศพอย่างมาก

ล่าสุดผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ PS Graphic ได้ออกมาเผยถึงกรณีที่เกิดขึ้นดังกล่าวว่า..

ขอชี้แจงผลคดีของน้องกวาง ในฐานะผู้ปกครองเบื้องต้น และอยู่ในเหตุการณ์ทุกที่ๆคลี่คลายคดีนี้ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์บานปลายหรือเข้าใจผิดกัน เหตุการณ์เกิดขึ้นเวลาประมาณ 03.00 น. และผมได้ทราบข่าว 07.30 น. จึงได้รีบไปโรงพยาบาลเพื่อซักถามเรื่องราว กับเพื่อนๆน้องกวางที่ไปเที่ยวด้วยกัน และได้ความว่าน่าจะกลับไปกับเพื่อนชายที่พึ่งคบหากัน แต่เหตุที่แจ้งมาไม่มีผู้บาดเจ็บ แต่มีรองเท้าผู้ชายอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย และทุกคนคิดว่าคดีมีเงื่อนงำใครทำให้น้องกวางต้องเสียไป 08.30 ได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าคดีนี้น่าจะมีเงื่อนงำต้องตามหาเพื่อนชายอีก 1 คนให้ได้ 09.00 จึงได้รีบติดตามผู้ต้องสงสัยได้ที่บ้าน ในสภาพที่พบเจอมีอาการนอนซมเนื่องจาก ฤทธิ์สุราและบาดเจ็บมีแผลสดบริเวณใบหน้า เข่าขวา และมีอาการบอบซ้ำภายในคล้ายลักษณะเหมือนโดนกระแทก การสอบสวนเบื้องต้นยอมรับว่าอยู่ที่เกิดเหตุจริง แต่บ่ายเบี่ยงว่าตนไม่ใช่เป็นผู้ขับในเวลาดังกล่าว แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ จึงได้ตรวจค้นภายในบ้านพบ มีน้ำกระท่อมใว้ในครอบครองอยู่บริเวณหลังบ้าน จึงได้ควบคุมตัวพร้อมไปทำแผนที่เกิดเหตุ

แฟนหนุ่มที่ขี่มอเตอร์ไซค์ไปด้วยกัน อ้างว่าน้องกวางเป็นผู้ขับ ตนนั่งซ้อนท้ายจนมาถึงจุดดังกล่าว ซึ่งเป็นทางโค้งจึงได้พุ่งเฉี่ยวชนบริเวณบริเวณกำแพง ส่วนคราบเลือดบริเวณเสาไฟฟ้าเป็นรอยมือของตนเอง จึงได้นำตัวมา สอบปากคำต่อที่โรงพัก และยอมรับในภายหลังว่าตนเองเป็นผู้ขับเองและเห็นน้องกวางแน่นิ่งกลัวความผิดจึงได้หลบหนีไป ส่วนมีผู้หวังดีและให้ข้อมูลเพิ่มเติมมาว่าผู้ต้องหาได้วิ่งไปที่ร้านค้าและแจ้งว่ามีคนไล่แทง จึงได้ติดต่อกับ นาย ก. ซึ่งได้เจอกับผู้ต้องหาที่ร้านค้าในคืนเกิดเหตุว่าไม่พบใครที่จะมาทำร้ายตามที่อ้างมา ประกอบกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ไล่กล้องวงจรปิดตามเส้นทางไม่พบ บุคคลอื่นตามมาแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงได้เอาภาพคืนวันเกิดเหตุว่าผู้ต้องหาเป็นผู้ขับขี่ใว้เป็นหลักฐาน และขอชี้แจงแทนเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าบางข้อมูลจะออกมาว่าคดีไม่โปร่งใส ผู้ต้องหาเป็นใครขอแจ้งว่าเป็นบุคคลธรรมดาและเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเต็มที่ เบื้องต้นจึงดำเนินคดีในข้อหา มีน้ำกระท่อมใวครอบครอง ขับขี่รถทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และหลบหนีไม่ให้การช่วยเหลือ และต้องรอผลชันสูติซึ่งยังไม่เสร็จว่า น้องกวางเสียชีวิตเพราะเหตุใด โดยเฉพาะข้อมูลว่าเป็นการฆาตกรรมรึป่าวเบื้องต้นไม่มีข้อมูลพอที่จะตั้งข้อหานี้ได้เพราะไม่มีเหตุอันใดที่จะกระทำ ส่วนทรัพย์สินน้องกวางอยู่ครบ และเจ้าหน้าที่ได้สอบชาวบ้านที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุไม่ได้ยินเสียงว่าน้องกวางโดนทำร้าย แต่ถ้าใครทราบให้เบาะแสได้ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เลยครับ เบื้องต้นผู้ปกครองทั้ง 2 ฝ่ายได้เจอกันแล้ว ผมจึงได้คุยกับคุณแม่น้องกวางให้ดำเนินการต่อครับ และคดีนี้ขอให้เป็นตัวอย่างเพราะเจ้าหน้าที่สงสารน้องกวางและเสียดาย เพราะ พรบ. ขาดไป 4 เดือน จึงไม่สามารถเรียกค่าเสียหายราว 3 แสนที่เสียชีวิตได้เลยครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา : www.zliekr.com